แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ english แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ english แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรื่องการใช้ either และ neither



- ผมสรุปให้ง่ายๆ 4 ข้อตามนี้นะครับ
1.) ใช้ในประโยคที่ให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยจะใช้คู่กับคำว่า or
> We have to choose either John or Joe. (เราต้องเลือกคนใดคนหนึ่งระหว่างจอห์นกับโจ)
> Either you or me have to go. (ไม่คุณก็ฉันแหละที่ต้องไป)
---
2.) ใช้ในประโยค "ปฏิเสธ" โดยให้ความหมายว่า "เช่นกัน"
> I don't smoke and my father doesn't either. (ฉันไม่สูบบุหรี่ พ่อของฉันก็ไม่สูบเช่นกัน)
> I have not seen Jim for a long time. (ฉันไม่ได้เจอจิมมานานมากแล้ว)
> I haven't either. (ฉันก็เช่นกัน = คือไม่ได้เจอจิมมานานแล้วเช่นกัน)
---
3.) ใช้ในการพูดถึงตัวเลือก ซึ่งจะให้ความหมายเหมือนกับการพูดว่า "อันไหนก็ได้" หรือ "ได้ทั้งคู่" ซึ่งไม่ว่าจะพูดถึงอะไรก็ตาม either จะสื่อถึงแค่ 2 สิ่งเท่านั้น ไม่ขาดไม่เกิน เช่น
> Either book will do. They are both good. (หนังสือเล่มไหนก็ได้ มันดีทั้งสองเล่ม) **กรณีใช้ either แบบนี้ จะหมายความว่ามีหนังสือแค่ 2 เล่ม
> Do you want tea or coffee? (คูณจะรับชาหรือกาแฟ)
> Either (อะไรก็ได้เอามาเห๊อะ ประมาณนั้น ^^)
---


4.) สุดท้ายไม่มีอะไรซับซ้อนครับ คือใช้แทนคำว่า both (ทั้งคู่) เลย
> The cats were playing on either side of me. (แมวเล่นอยู่ทั้งสองข้างของตัวฉัน) = The cats were playing on both sides of me.
--- *****ข้อสังเกต***** either ใช้สื่อถึง 2 สิ่งก็จริง แต่คำนามที่ตามหลัง either จะอยู่ในรูปเอกพจน์นะครับ ^^ และถึงแม้จะใช้แทนคำว่า both ในกรณีที่ 4, ให้สังเกตว่าหลัง both จะเป็นพหูพจน์นะครับ ไม่มีเหตุผลครับ ภาษานี้แล้วแต่อารมณ์ครับ :D เช่น
> either way / both ways ------->
---
ส่วนคำว่า neither คือ "ไม่ทั้งคู่" อาจใช้คู่กับ "nor" เมื่อเราต้องการพูดชื่อของทั้งสองสิ่งออกมา แต่ถ้าจะพูดแค่ว่า "ไม่ทั้งคู่" neither คำเดียวก็พอครับ ดูตัวอย่างตามนี้ครับ
> I speak neither Italian nor German. (ฉันพูดไม่ได้ทั้งภาษาอิตาเลี่ยนและเยอรมัน)
> Can you speak German or Italian? (คุณพูดภาษาอิตาเลี่ยนหรือเยอรมันได้มั้ย)
> I can speak neither language. (ฉันพูดไม่ได้ทั้งสองภาษา) หรือจะตอบสั้นๆว่า Neither ก็ถูกนะครับ (**คำนามที่ตามหลังเป็นเอกพจน์เหมือนกรณี either เลยนะครับ)
----***** ข้อควรระวังของ neither คือ คำคำนี้เป็นปฏิเสธอยู่แล้วในตัวนะครับ ดังนั้นในประโยคจะเป็นปฏิเสธไม่ได้นะครับ ถ้าจะให้ประโยคเป็นปฏิเสธ ให้ใช้ either ครับ เช่น
> I don't speak either language. (ถูกแบบมึนๆ) (ฉันพูดไม่ได้ทั้งสองภาษา)
> I speak neither language. (ถูกกว่าข้างบน) (ฉันพูดไม่ได้ทั้งสองภาษา)
> I speak either language. (ถูก) (ฉันพูดได้ทั้งสองภาษา หรือ ฉันพูดภาษาไหนก็ได้ (จากตัวเลือก) )
> I don't speak neither language. (ผิดแบบไม่มีคำแปล ^^)



ผมทำแบบฝึกหัดเรื่อง Either กับ Neither มาให้ครับ เผื่อใครสนใจก็ลองเอาไปฝึกทำได้นะครับ (ไฟล์แรกที่ทำ ต่อไปนี้จะพยายามมีแบบฝึกหัดให้สามารถโหลดเอาไปฝึกทำได้เรื่อยๆนะครับ) ^^ มีข้อเสนอแนะยังไงก็บอกได้เลยครับ


วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

คำพ้องเสียง break,brake

คำพ้องเสียง ระวังใช้สลับกันนะครับ
Break - แตก หัก พัง พักผ่อน / Brake - หยุด เบรครถ :D







Fun Fact
ประเทศจีน มีจำนวนคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็น มากกว่าจำนวนคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นใน สหรัฐอเมริกา เสียอีกนะ :)
ความจริงรวมประเทศอังกฤษเข้าไปด้วย ก็ยังน้อยกว่าจีนเลย ฮ่าๆๆ เมื่อคิดให้ดีโลกนี้ประหลาด 


Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Rain Series 4

[Rain Series]
4. to rain on someone's parade ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ฝนตกใส่ขบวนพาเรด ซึ่งสำนวนนี้มีความหมายว่า ทำให้ใครสักคนนึงเสียแผนที่วางไว้ เสียความตั้งใจ หรือ ไปทำอะไรขัดใครสักคน เช่น
I don't want to rain on your parade but your plans really don't make sense. (ฉันไม่อยากขัด/ไม่อยากทำให้คุณเสียแผน/เสียความตั้งใจหรอกนะ แต่แผนที่คุณวางเอาไว้น่ะมันฟังดูไม่เข้าท่าเลย) หรืออย่างเพลง Don't rain on my parade ก็มีความหมายประมาณว่า อย่ามาขัดขวางฉันนะ! เป็นต้น



Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Rain Series 3

[Rain Series] 3.  
ถ้าเราอยากบอกว่าฝนตก แต่เบื่อ กริยา to rain เราสามารถใช้ กริยา to pour ได้
to pour แปลว่าเท เทน้ำ ถ้าใช้กับฝนหมายถึงฝนตกหนัก หรือที่เราพูดกันว่า ฝนเทลงมา นั่นเอง เช่น
It's raining hard! (ฝนตกหนัก) / The rain is pouring down! (ฝนตกหนักมาก) --- สังเกตว่า ถ้าเราใช้ กริยา to rain ประธานจะเป็น it หมายถึงสภาพอากาศไป แต่ถ้าจะใช้ pour ประธานจะกลายเป็น rain หรือฝนนั่นเอง หรือเราจะใช้ it แทนฝนเลยก็ได้เช่นกัน เช่น It's pouring outside. (ข้างนอกฝนตกหนักมาก) ***rain เป็นได้ทั้งคำนาม และกริยานะ อย่าสับสน


Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Rain Series 2

[Rain Series]
2. pouring rain (noun) ใช้เรียกฝนที่ตกหนักมาก เช่น
I hate pouring rain ! (ฉันเกลียดฝนตกหนัก) หรือ
We were soaking wet after walking through the pouring rain. (เราเปียกโชกหลังจากที่เดินตากฝนที่ตกหนัก)




Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Rain Series 1

[Rain Series]
1. to rain cats and dogs (ใช้บ่อยมาก) หมายถึง ฝนตกหนัก ตกนาน ตกแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เช่น
It's raining cats and dogs! (ฝนตกหนักมากตั้งนานแล้ว ไม่ยอมหยุดเลย!) เราสามารถปรับเปลี่ยน tense ได้ เช่น
I hope it won't rain cats and dogs. (ฉันหวังว่าฝนจะไม่ตกนานนะ) หรือ
It rained cats and dogs yesterday. (เมื่อวานฝนตกหนักมาก) เป็นต้น :)






Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Disguise ปลอมตัว

Disguise ปลอมตัว พรางตัว แต่งตัวเป็น...
Costume ชุด เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย
Dress up แต่งตัว
Children dress up as ghosts on Halloween. (เด็กๆ แต่งตัวเป็นผีในวันฮาโลวีน)
Children disguise themselves in ghost costumes on Halloween. (เด็กๆแต่งตัวด้วยชุดผีต่างๆในวันฮาโลวีน)




Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Horrify,Horror ความหมาย

Horrify ทำให้หวาดกลัว / be horrified รู้สึกกลัว ถูกทำให้กลัว
Horror ความกลัว ความสยองขวัญ
He was horrified by the accident. (เขารู้สึกหวาดกลัวจากอุบัติเหตุ)
The house of horror (บ้านสยองขวัญ / บ้านที่น่ากลัว)



วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Once in a blue moon สำนวน

เอาสำนวนมาฝากกันก่อนนอน
Once in a blue moon : ใช้พูดถึงสิ่งที่นานๆจะเกิดขึ้น เช่น
A: How often does he give you a gift? (เขาให้ของขวัญคุณบ่อยแค่ไหน)
B: Once in a blue moon. (ชาตินึงจะให้สักครั้งนึง)
อีกสำนวนคือ Out of the blue : ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หรือ แบบไม่ทันได้ตั้งตัว / เกิดขึ้นทันทีทันใด เช่น
We were having so much fun when out of the blue, he started to cry. พวกเราสนุกกันมาก แล้วอยู่ดีๆเขาก็เริ่มร้องไห้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย



Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit

วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Crow,Crowd,Crown.Clown ต่างๆ

Crow (noun) อีกา / Crow (verb) (ไก่)ขัน

Crowd (noun) ฝูงชน กลุ่มคน / Crowd (verb) มุง รุมล้อม เบียด / Crowded (adj) แออัด เบียดเสียด


Crown (noun) มงกุฎ / Crown (verb) สวมมงกุฏให้ มอบตำแหน่งสูงๆให้ ยกย่องให้เป็น


Clown (noun) ตัวตลก / Clown (verb) ทำตัวบ้าๆบอๆ ทำตัวเฮฮา / Clown (adj) เป็นคนตลก เป็นคนเฮฮา เป็นคนเล่นๆ เป็นไร้สาระ --- ตัวอย่างประโยค


- The crow flew away. (อีกาบินไปแล้ว)
- The rooster
crows at sunrise. (ได่ขันตอนพระอาทิตย์ขึ้น)
- The crowd cheered in excitement. (ฝูงชนโห่ร้องด้วยความตื่นเต้น)
- Don't crowd me! (อย่ามายืนเบียดฉันนะ!)
- The street was crowded with shoppers. (ถนนแออัดไปด้วยเหล่านักช็อป)
- Michael Jackson was crowned the King of Pop. (ไมเคิล แจ็กสัน ได้รับการยกย่องเป็นราชาเพลงป็อป)
- The clown wore a very funny suit. (ตัวตลกแต่งตัวตลกมาก)
- It's nothing serious, he was just clowning. (ไม่มีอะไรหรอก เขาก็แค่หยอกเล่น)
- Kate is such a clown! She made me laugh all the time. (เคท เป็นคนที่ตลกมาก เธอทำฉันหัวเราะตลอดเลย)


Credit:https://www.facebook.com/ENG101BySarit